Home » Uncategorized » กฎอะเวย์โกล…เวิร์คหรือไม่

กฎอะเวย์โกล…เวิร์คหรือไม่

วินาทีที่ เอดินสัน คาวานี่ ตะบันผ่าน มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตนเก้น เว้นเสียแต่จะทำให้อ่างชามยักษ์สงัดเงียบโดยมีแต่ว่าเสียงโห่ร้องจากบรรดาอาคันตุกะห้าพันชีวิตที่แผดลั่น ก็ยังทำให้บางเสี้ยวอารมณ์มีความรู้สึกว่ากฎประตูกลุ่มเยี่ยมที่ออกกันมานั้นมีความไม่เป็นธรรมซุกซ่อนจริงๆ

เป็นได้ไงกลุ่มที่อุตสาห์ขะมักเขม้นรัวถึงสามลูก (ทั้งๆที่จากเกมแรกราวเกรียวว่าพวกเขาถูกถอดชื่อออกมาจากสารบบเรียบร้อย) จำเป็นต้องมาโดนดับช่องทางเพียงการเสียลูกเดียว??

ตอนนั้นเข็มนาฬิกากระดุกกระดิกผ่านหนึ่งชั่วโมงนิดเดียว นั่นหมายความว่าว่าแม่ทัพเสื้อเลือดหมูน้ำเงินจำเป็นต้องดาหน้าทำให้ได้อีก 3 ประตู ถ้ามั่นใจว่าปาฏิหาริย์บนโลกนี้ไม่เคยตาย
เปแอสเชก็ไม่ใช่กลุ่มไก่กาตรงไหน นี่คือสมาพันธ์ลำดับที่หนึ่งของฝรั่งเศสซึ่งมีความทะยานอยากประสงค์ครอบครองเจ้ายุโรปให้ต้องได้ อีกนั่นแหละก็อาจมีแต่ว่าบาร์เซโลน่าที่ทำอะไรแบบคืนวันพุธได้ พวกเขาอาจตบเกียร์ห้าถัดไป อย่าลืมว่าข้อด้อยคือข้างหลังบ้านก็จะรั่ว ขืนเสียอีกลูกก็เหมือนลงหลุมแล้วโดนดินฝังด้วย

เพราะว่าปัญหามิได้อยู่ที่ว่าเมื่อเอาสกอร์สองเกมมารวมแล้วผู้ใดกันได้มากกว่าจะได้รับการยกมือ ปัญหาดันผูกตรงว่ามีกฎอะเวย์โกลซึ่งทางยูฟ่าตั้งอกตั้งใจว่าเพื่อพวกกลุ่มเยี่ยมไม่เป็นอุดกันเป็นเงื่อนไขสำคัญ

ยักษ์กาตาลันยิงลูกที่ 4 นาที 88…

ใช่ครับ-Football, Bloody Hell!!

ซีซั่นที่แล้ว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ฉายแววตาแสนผิดหวังเมื่อบาเยิร์น มิวนิคหยุดรอบรองชนะเลิศอีกทีด้วยการ''เสมอ'' แอตเลว่ากล่าวโก มาดริดสองนัด 2-2 ผมเขียนไม่ผิดใช่มั้ย เกมแรกที่ประเทศสเปนบุกไปแพ้ 0-1 แต่ว่ามาเอาคืนที่อัลลิอันซ์ อารีน่า 2-1

ถามคำถามว่าเสือใต้เหมาะสมอกหักมิได้ไปซาน สิโร่ที่ไหน??

ปี 2009 คำกริยานักเลงของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ถ้ายังจำได้ ทว่านั่นแหละทุกคนเข้าใจว่าเป็นผู้ใดกันก็ขุ่นเคือง ทั้งการเป่าเฮงซวยของเชิ้ตดำจากนอร์เวย์ตลอดจนการที่ความฝันจำเป็นต้องมาพังทลายในนาที 93

ใช่ บ้าจริงๆทั้งๆที่สกอร์สองนัดยังไงก็ควรได้เตะยืดเวลาเพราะว่าเสมอกัน 1-1 ถ้าเพียงกติกาจากยูฟ่าที่ให้สิทธิ์กลุ่มเยี่ยมพิเศษในกรณีทำแต้มนอกรังได้ หรือจนถึงอาร์เซน่อลเองก็เคยมีอยู่ปีที่ทำได้ดีสุดแล้วต่อการตรึงผลสองเกมให้เท่ากับบาเยิร์นเหมาะ 3-3 แต่ว่าพวกเขาก็ไม่วายจำเป็นต้องกระเด็นรอบน็อกเอาต์รอบแรก เพราะว่าจากกฎอะเวย์โกล

แน่นอน แท็กติกก็เลยจำเป็นต้องละเอียดมากสำหรับระบบเหย้า-เยี่ยมประเภทนี้

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่ากลุ่มที่ได้เฝ้ารังก่อนถ้ามิได้ศักดินาสูงอย่างบาร์ซ่า, บาเยิร์น หรือมาดริดควรทำตามไรดี เพราะเหตุว่าถ้ามัวแต่บุกเพื่อหมายเก็บความมีชัยก่อนแล้วไปพลาดโดนมา งานก็หนักเป็นสองเท่าทันที ซึ่งฤดูกาลที่แล้วแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ทำแบบนั้นด้วยการเสมอมาดริด 0-0 ที่เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม เพียงเกมสองไม่อาจจะอาศัยเกมตอบโต้กลับทะลวงผ่านแนวรับของกษัตริย์ชุดขาวได้สักลูก

สำหรับกฎอะเวย์โกลถูกคิดขึ้นคราวแรกปี 1965 ในรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ (เอาแชมป์บอลถ้วยแต่ละประเทศเจอกัน) โดยเหตุผลเริ่มมาจากเพื่อกำจัดการรีเพลย์ออกไปในกรณีสกอร์เสมอกัน สมัยก่อนจำเป็นต้องนึกภาพตามว่ายุคสมัยโบราณที่การเดินทางยังไม่สะดวก ระบบต่างๆก็ค่อนข้างล้าหลัง ซึ่งยุคนั้นมีการคำนวณว่าสถิติความมีชัยของกลุ่มเยี่ยมในเวทียุโรปมีแค่ 16% โดยก็พอเพียงเข้าใจตามได้ว่ามันลำบากต่อการที่กลุ่มใดก็ตามจำเป็นต้องผ่านน้ำผ่านสมุทรไปฟาดลำแข้งภายใต้ข้อจำกัดของเหตุต่างๆ

ย้อนกลับไปก็เลยมักพบผลที่ชนะกันมโหฬาร อย่างแมนฯ ยูไนเต็ดเคยต้อนเอชเจเคของฟินแลนด์ 6-0, เบนฟิก้าไล่กระหน่ำกลุ่มจากลักเซมเบิร์กสิบลูก หรือว่าเฟเรนซ์วารอสจากฮังการีเอาชนะเรคยาวิกของไอซ์แลนด์ 9-1 ฯลฯ

นอกนั้น ตามความศรัทธาของยูฟ่าคือเพื่อมอบให้กำลังใจต่อกลุ่มที่ไปพ่ายแพ้มา 3-1 ว่ายังมีหวังมากกว่า 2-0!!!

แม้กระนั้น ระยะเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก้าวล้ำขึ้น ปัจจุบันนี้การออกนอกประเทศถือว่านอนสอนง่าย ระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาก็เข้ามามีหน้าที่ที่ทำให้สกอร์ไม่กระจุยแค่นั้นอีกแล้ว สถิติของกลุ่มเยี่ยมในยุโรปก็กำชัยมากขึ้นเรื่อยๆเป็นเฉลี่ยอยู่ที่ 35%

ผมแน่ใจว่าเกมฟุตบอลบ้าๆที่คัมป์ นูเมื่อคืนวันพุธ ทดลองว่าเป็นกลุ่มอื่นก็อาจถอดหัวใจกับโยนผ้าขาวให้เปแอสเชไปแล้วเมื่อเสียอะเวย์โกลแบบนั้น

ถ้านั่นคือบาร์ซ่าที่อุดมพรั่งพร้อมด้วยแนวรุกสุดอันตราย

ก็บางทีอาจต้องโทษนักฟุตบอลจากเมืองหลวงฝรั่งเศสเพราะว่า พวกเขาเกรงสั่นเหลือเกิน ประมาทด้วยที่ไม่คิดว่าจะมาโดนสามลูกชิดกันด้านในช่วงที่ห่างกัน 7 นาที

ขณะเดียวกันก็เป็นได้ว่าถ้าไม่มีอะเวย์โกล เกมก็บางทีอาจจำเป็นต้องยืดเวลาเพราะเหตุว่าพอเพียงบาร์ซ่ากะซวกประตูที่ 5 ได้ก็บางทีอาจผ่อนเกมลง ขอใช้คำว่า ''อาจจะ'' นะครับ เพราะเหตุว่าการมาเขียนพินิจพิจารณาคราวหน้าย่อมยากที่จะคาดเดาสถานการณ์ที่กำลังเป็นไปในสนามตอนนั้นๆ

ครับ ตามเซนส์ของพวกเราทั่วไปนั้น ระบบเหย้า-เยี่ยมไม่ว่าจะถ้วยใด การที่ฝ่ายใดก็ตามได้กลับมาเตะในรังนัดสองมักถูกคิดว่าได้เปรียบกว่า

เพราะเหตุว่ากฎอะเวย์โกลนำมาซึ่งการทำให้กลุ่มที่ออกไปนอกบ้านก่อนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดสู้ บางเวลามขอยิงได้สักลูกก็พึงใจ ถ้าจบด้วยความมีชัยจะเพอรต์แต่ว่าถ้าเสมอ 1-1 หรือจนถึงพลาดท่าก่อน 1-2 ก็คงมีความมั่นใจและความเชื่อมั่นใจว่าสามารถปิดจ๊อบได้ในเกมที่สอง

นอกนั้นจากผลจากการสำรวจรอบทศวรรษมานี้พบว่าจำนวนประตูของเกมนัดสองรอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16, รอบ 8 และรอบตัดเชือก) มีสูงยิ่งกว่าเกมแรกโดยค่าถัวเฉลี่ยตกที่ 33 ลูก กับ 39 ลูก ซึ่งนั่นก็อาจจะชักแม่น้ำโยงกับกฎประตูกลุ่มเยี่ยมได้ว่านำมาซึ่งการทำให้นัดสองทั้งสองเปิดหน้าเข้าพบเยอะแยะกว่า หรือบางเวลามันเป็นธรรมชาติของเกมฟุตบอล อย่างครึ่งแรกของแต่ละเกมก็มักจะไม่สนุกเท่าครึ่งหลัง

''เพราะว่าครึ่งแรกเครื่องยังไม่ร้อน อีกอย่างบางเวลาก็ดูเชิงกันบ้าง บางเวลาก็เน้นย้ำแท็กติกกันเยอะแยะไป และบางเวลาร่างกายที่พึ่งลงไปอาจฟิตทั้งสอง แต่ว่าพอเพียงเวลาผ่านไปกลุ่มที่ฟิตกว่าก็บางทีอาจบดเอาชนะได้'' ฉันรูทางลูกหนังคนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้

สี่คู่ที่พ้นไปเมื่อคืนวันอังคารและพุธก็เดินตามแนวคิดดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อเกมแรกนั้นยิงกัน 15 ลูก ส่วนเกมสองใส่กันไม่ยั้งถึง 21 ลูก

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์บางทีอาจครวญถึงช่องทางเป็นอันมากในนัดแรกที่เอสตาดิโอ ดา ฝ่าซ์ของเบนฟิก้า กระนั้นด้วยความสามารถทั้งผองก็ทำให้พวกเขากลับมาต้อนสบายซึ่งๆหน้ากองเชียร์คลื่นมนุษย์สีเหลือง

อีกนั่นแหละ บางบุคคลชี้ว่าอะเวย์โกลยังไงก็ตามกว่าไปเตะจุดลูกโทษ ซึ่งไม่แตกต่างจากการโยนเหรียญหัวหรือก้อย แม้กระทั้งกฎซัดเดนเดธซึ่งเคยนำมาใช้ช่วงหนึ่งก็ดูเหมือนทารุณโหดร้ายเหลือเกิน

''หลายทีมแฮปปี้ที่เสมอ 0-0 ในบ้านแทนที่จะบุกใส่เพื่อเอาชนะ เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะอยากเสียในบ้านก่อน พวกเขามั่นใจว่าเกมสองที่ไปเยี่ยมการไม่เสียไปก่อนจะทำให้เล่นง่ายดายเสียยิ่งกว่า ด้วยเหตุดังกล่าวผู้ใดก็ตามที่เป็นกลุ่มที่เล่นเกมรับเหนียวแล้วได้จับสลากเตะในบ้านก่อน กลุ่มนั้นจะดีกว่า'' อาร์แซน เวนเกอร์ เคยตกทรรศนะเอาไว้นานแล้ว

ตามเดิมแล้วกลุ่มที่เก่งกว่าก็ควรเอาชนะกลุ่มที่อ่อนกว่า

ก็ปลาใหญ่รับประทานปลาเล็กนั่นแล

ถ้าด้วยความเป็นฟุตบอลซึ่งมักมีพลิกล็อก อะไรๆก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เรื่องวิวัฒนาการของแท็กติกกับความก้าวล้ำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้แต่ละกลุ่มเกือบจะใกล้เคียงกัน ยกเว้นในทางทุน, ฝีเท้านักฟุตบอล กับฐานแฟนบอล ซึ่งอาจแตกต่างกัน

กฎอะเวย์โกลก็เลยเรียกว่าน่าเอื้อกลุ่มเล็กๆมากกว่า เพราะเหตุว่าพวกกลุ่มใหญ่แน่ใจว่าพวกเขาสามารถขย่มได้อยู่แล้วทั้งสองเกม

ถ้าประตูกลุ่มเยี่ยมนี่แหละ…มักรังควานพวกเขา

โมนาโกแพ้ 3-5 เกมแรกแต่ว่าพวกเขาย่อมอาจเปี่ยมด้วยความคาดหมาย เพราะว่าเกมสองขอชนะ 2-0, 3-1 หรือ 4-2 ซึ่งสถิติในรังของผู้นำฝูงลีก เอิง ขณะนี้ชนะ 12 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 50 เสีย 10

ผมมีความต้องการละเลียดงานวันนี้ ทันทีที่เห็นท่าครั้งคอตกของแม่ทัพบาร์ซ่าวินาทีที่คาวานี่สังหารเข้าไป ก็มิได้ต่างจากผีเสื้อสักตัวที่พบกับใยแมงมุมจนกระทั่งทำให้บินต่อไม่ติด ทั้งๆที่ดอกไม้อันสวยงามชูช่อรออยู่ไม่ไกล

อะเวย์โกลคือกติกาที่แฟร์มั้ย??

อาจไม่ แต่ว่ามันก็อาจจะดียิ่งกว่าเตะจุดลูกโทษถ้าพินิจพิเคราะห์เชิงศาสตร์ของลูกหนัง เพราะว่ามันได้วัดกึ๋นของผู้ฝึกสอนกับความเตรียมการของกลุ่ม

ถ้าผีเสื้อตัวหนึ่งอาจจะถกเถียง

เพราะว่ามันต้องการบินไปให้ถึงดอกไม้ที่ชูช่อ ถึงแม้ว่าจะปีกมันจะหักตอนเหลืออีกไม่หลาก็ตาม